5 สถานที่เที่ยวภูเก็ต ฟินได้ใน 1 วัน ไม่ไปไม่ได้แล้ว

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต-ความเก่า

5 สถานที่เที่ยวภูเก็ต ฟินได้ใน 1 วัน ไม่ไปไม่ได้แล้ว….

 

ภูเก็ตถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งไข่มุกอันดามัน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความอันซีนและความอเมซิ่ง ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมาสัมผัสกับธรรมชาติและยอมรับในความงดงาม ที่นี่นอกจากจะมีน้ำทะเล สายลมและเกลียวคลื่นแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ  ที่หลายคนยกให้เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ที่ไม่เคยเงียบเหงา  รวมถึงวัฒนธรรมและประเพณี อาหารการกินที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอย่างน่าประทับใจอีก ใครที่มีเวลาน้อยแต่อยากจะมา เที่ยวภูเก็ต ไม่ต้องกังวลเพราะเพียงแค่ 1 วัน คุณก็สามารถฟินกับแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นและสำคัญได้หลายแห่งเช่นกัน

 

1.ท่องเที่ยวย่านเมืองเก่า  ภูเก็ต

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต-ความเก่า

ในย่านเมืองเก่าที่เป็นตึกแถวโบราณอย่าง อาคารชิโน-โปรตุกีส บนเกาะภูเก็ต คุณจะได้พบกับเสน่ห์ของตัวอาคารที่สวยงามแบบสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ซึ่งสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5  ความโดดเด่นอยู่ที่การตกแต่งด้านหน้าอาคารอย่างสวยงาม และยังมีซุ้มโค้งสไตล์โรมัน และช่องแสงลวดลายเรขาคณิตยุคอาร์ตเดโค ฯลฯ บริเวณด้านหน้ามีร้านขายผ้าปาเต๊ะ ผ้าลูกไม้ ร้านกาแฟ โรตีมะตะบะ ฯลฯ

 

2.เที่ยวซอยรมณีย์ ภูเก็ต

ซอยรมณีย์ ภูเก็ต

ซอยรมณีย์ ภูเก็ต มีมุมสำหรับถ่ายรูปต่างๆ ที่สวยงาม แม้ในอดีตจะเคยเป็นซอยแห่งสถานความบันเทิงแต่ปัจจุบันถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใส  นอกจากนี้ยังมีอังมอเหลาเป็น คฤหาสน์แบบนีโอคลาสสิก & เรอเนสซองส์ ของตระกูลนายเหมืองเก่า ที่เปิดให้เข้าชมกัน และปิดท้ายด้วยการแวะเก็บภาพที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ที่ถือเป็นสถานที่ยอดฮิต ,ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ  และ  โรงแรมออน ออน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีการตกแต่งอย่างสวยงาม

 

3.เที่ยวบ้านชินประชาภูเก็ต

บ้านชินประชาภูเก็ต

สถานที่เที่ยวภูเก็ต ที่บ้านชินประชา ซึ่งเป็นบ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีส แต่มีอายุกว่า 100 ปี และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา เป็นการใช้ชีวิตของชาวภูเก็ตในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เป็นบ้านของตระกูลตัณฑวณิช ซึ่งเครื่องเรือนส่วนใหญ่จะเป็นไม้ฝังมุกนำเข้าจากเมืองจีน นักท่องเที่ยวสามารถลองชุด การแต่งกายแบบบาบ๋า ย่าหยา ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบคนภูเก็ตสมัยก่อน สำหรับถ่ายรูปได้อีกด้วย

 

4.เที่ยวตลาดปล่อยของ ภูเก็ต  

ตลาดปล่อยของ ภูเก็ต

ตลาดปล่อยของ ใน Limelight Avenue ใจกลางเมืองภูเก็ต ตลาดนัดในบรรยากาศกลางแจ้งแบบสบาย ๆ ที่เป็นพื้นที่สำหรับปลดปล่อยสินค้าไอเดีย จากพ่อค้าแม่ค้า อย่างงานแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ ๆ และแฟชั่นสุดแนว และแหล่งรวมของที่ระลึกต่าง ๆ ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ ซึ่งในช่วงเย็นจะคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มาเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีของเยาวชน มือสมัครเล่น ที่มาสร้างสีสันตลอดทั้งคืน

 

5.เที่ยวภูเก็ต ที่แหลมพรหมเทพ

แหลมพรหมเทพ

การชมทัศนียภาพที่สวยงามที่แหลมพรหมเทพ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮอตที่หลายคนมักไม่พลาด แห่งการมาเที่ยวภูเก็ต ซึ่งที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย  สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า  บริเวณตัวแหลมได้ยื่นออกไปในทะเล และโดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่าน โดยเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างสวยงาม ใครที่อยากชมแสงสุดท้ายของวันส่วนใหญ่มักจะมาที่นี่

นอกจากนี้ที่เที่ยวภูเก็ตยังมี อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นอนุสาวรีย์สองสตรีผู้กล้าแห่งเมืองถลางสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เมื่อมาถึงภูเก็ตแล้วไม่แวะมาสักการะถือว่ามาไม่ถึง,วัดฉลอง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อ “หลวงพ่อแช่ม , หาดกมลา ,อนุสรณ์สถานสึนามิ ภูเก็ตแฟนตาซี ฯลฯ

ติดตาม สยามนิรมิต ภูเก็ต ต่อ

สยามนิรมิต ภูเก็ต

ท่องเที่ยวสยามนิรมิตเมืองภูเก็ต

ท่องเที่ยวสไตล์ไทยๆ ที่สยามนิรมิต ภูเก็ต อลังการแห่งงานศิลปะ

เป็นอีกหนึ่งการของแสดงนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ที่มีความงดงามและยิ่งใหญ่ ตระการตา สำหรับสยามนิรมิต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีส่วนสำคัญในการทำให้ชื่อเสียงของศิลปวัฒนธรรมไทย ได้โด่งดังไกลไปทั่วโลก นั่นเป็นเพราะว่าสยามนิรมิต กรุงเทพฯ ได้ประสบความสำเร็จในเรื่องของการแสดงโชว์ต่างๆ ที่เน้นความเป็นไทย จึงมีผลทำให้ มีการขยายฐานธุรกิจลงไปยังเมืองภูเก็ตและเริ่มเปิดเวทีการแสดง สยามนิรมิต ภูเก็ต เป็นแห่งที่สอง โดยมีเนื้อหาและองค์ประกอบของการแสดงบนเวทีของสยามนิรมิต ภูเก็ตที่ได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงการแสดง http://www.siamniramit.com

ท่องเที่ยวสยามนิรมิตเมืองภูเก็ต

ท่องเที่ยวสยามนิรมิตเมืองภูเก็ต

สยามนิรมิต  ภูเก็ต มีนักแสดงกว่า 100 ชีวิตที่ได้รับการเทรนมาอย่างดี นักแสดงทุกคนแต่งกายด้วยชุดซึ่งถูกออกแบบขึ้นอย่างปราณีต กว่า 500 ชุด และทำการแสดงกว่า 100 ฉากที่เต็มไปด้วยระบบแสงสีเสียง รวมถึงเทคนิคพิเศษอันวิจิตรตระการตา จนทำให้สยามนิรมิต ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลชนะเลิศทางด้านความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม สาขาศิลปะ จากนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 54 ที่ผ่านมาอีกด้วย

สยามนิรมิตเมืองภูเก็ต

ท่องเที่ยวกับการย้อนร้อยประวัติศาสตร์ 4 ภาค  

สยามนิรมิต เมืองภูเก็ต จะพาคุณผู้ชมได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ซึ่งเป็นการแสดงในฉากที่ประกอบไปด้วยฉากหลักทั้งหมด 4 ฉาก คือเมืองล้านนานคร คุณจะได้ชมขบวนแห่อันวิจิตร พร้อมบรรดานางฟ้อนและงานบุญตามประเพณีของภาคเหนือส่วน)ก ที่ 2  ได้ย้อนอดีตกลับไปสู่อาณาจักรศรีวิชัย นักท่องเที่ยวจะได้ร่วมชมมหรสพและ การละเล่นของวัฒนธรรมชาวใต้ ที่ผสมผสานกันทั้งของชาวไทยพุทธและมุสลิม ฉากที่ 3 เป็นตำนานประสาทหิน ที่เหล่าบรรดาหนุ่มสาวชาวอีสานจะออกมาร้องรำทำเพลง ในงานทำบุญผ้าพระเวสต่อหน้าพระธาตุพนม  ส่วนฉากสุดท้าย จะพาคุณย้อนเวลาไปกว่าสามร้อยปีสู่ กรุงศรีอยุธยา  ส่วนที่สองเป็นการท่องสู่จินตนาการและ ตื่นตะลึงไปกับ ดินแดนในไตรภูมิ จากนรกภูมิที่ต้องเผชิญหน้ากับยมราช และเหล่าภูตผีปีศาจ จากนั้นกลับมาชมความสวยงาม ของป่าหิมพานต์  และฉากล่องลอยสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่รวมเหล่าเทพยดา และนางฟ้า เรียกว่าอลังการทุกฉากเลยทีเดียว

ท่องเที่ยวไปกับวัฒนธรรมแบบสืบสานประเพณีไทย 

สยามนิรมิต ภูเก็ตมีความภาคภูมิใจของ คนไทยที่พร้อมจะเผยแพร่ความงดงาม และคุณค่าของความเป็นไทยให้กับผู้ชมทั่วโลกได้รู้จักและเข้ามาสัมผัสกับการแสดงอันวิจิตรการตา ซึ่งส่วนที่สามคือการแสดงประเพณี งานบุญ รวมถึงการละเล่นต่างๆ  ที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี ส่วนนอกเหนือไปจากการแสดงแล้ว ที่นี่ยังมีพื้นที่ท่องเที่ยวภายในที่มีกิจกรรมต่างๆ ที่จะสร้างความเพลิด เพลินให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านชนบทไทย 4 ภาค  ที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้วิถีชีวิต การละเล่นพื้นเมือง และประเพณีไทยๆของคนไทยในสมัยโบราณ และ ตลาดน้ำภูเก็ต ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการล่องเรือชมบรรยากาศแบบไทยๆ ริมน้ำยามเย็นพร้อมชมการแสดงกลางแจ้ง และดนตรีไทย ซึ่งสยามนิรมิตภูเก็ต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.30 – 22.30 น.  (ปิดบริการทุกวันอังคาร)

แผนที่สยามนิรมิตเมืองภูเก็ต

 

ติดตาม สถานที่เที่ยวภูเก็ต ได้อีก

เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับประตูควางฮวามุน

เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับประตูควางฮวามุน

เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับประตูควางฮวามุน

ประวัติศาสตร์ของประเทศเกาหลีเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมาก แต่ละสถานที่ท่องเที่ยวเกาหลีนั้นมักจะมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์แฝงอยู่ด้วย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ได้มีโอกาสที่จะสอบถามและเรียนรู้ระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน

เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์กับประตูควางฮวามุน

การเดินทางท่อง เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ที่ประเทศเกาหลีถ้าอยากเดินทางไปท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ขอแนะนำว่าต้องเป็นที่ประตูควางฮวามุน ที่จะมีประวัติศาสตร์ต่างๆไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและเรียนรู้อย่างมากมาย รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงาม รับรองว่านักท่องเที่ยวจะได้ทั้งความรู้ ความประทับใจ และภาพสวยกลับมามากมาย

ประตูควางฮวามุน เป็นประตูที่มีเรื่องราวแห่งความทรงจำมากมายของกรุงโซล เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโซลถ้าได้ทราบเรื่องราวและประวัติที่ผ่านมาของประตูควางฮวามุนแห่งนี้จะทราบได้ทันทีว่ามีเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์เกาหลีที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ประตูควางฮวามุน

ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประตูควางฮวามุน

  • ประตูควางฮวามุน เป็นสัญลักษณ์ประจำกรุงโซลมานานแสนนานแล้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งชื่อเรียกที่ใช้เรียกประตูแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ขอให้แสงสว่างปกคลุมโลก”
  • ในสมัยของราชวงศ์โชซอน กษัตริย์ได้ทำการสร้างประตูด้วยหินแกรนิตและทับด้วยไม้ ลักษณะพิเศษของประตูก็คือด้านบนสุดของประตูนั้นจะเป็นหอคอย
  • ในช่วงหนึ่งที่เกิดสงครามเกิดขึ้นที่เกาหลีในสมัยก่อน เกิดการยึดครองญี่ปุ่นเกิดขึ้นประตูควางฮวามุนนั้นได้ถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด จะเหลือก็แต่เพียงซากปรักหักพังที่ไม่สามารถเหลือเค้าเดิมได้อีก ประตูควางฮวามุนจึงเป็นประตูที่ลูกหลานนั้นนึกถึงมากที่สุด
  • หลังจนเกิดศึกสงครามในครั้งนั้นประตูควางฮวามุนก็ได้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี และหลังจากนั้นก็ยังได้มีการบูรณะเกิดขึ้นมาอีกครั้ง ในสมัยของประธานาธิบดี ปาร์คชุงฮี ส่วนเรื่องของการฟื้นฟูและบูรณะนั้นก็ยังคงต้องใช้วัสดุที่เป็นไม้อยู่เหมือนเดิม

หลังจากนั้นประตูควางฮวามุนแห่งนี้นั้นก็ได้รับการฟื้นฟูและบูรณะมาเรื่อยๆจนมีสภาพดีขึ้นตลอดมา และนอกจาวัสดุแบบไม้ธรรมดาที่เอามาทำการสร้างในครั้งนี้ ได้มีการสักลวดบายต่างๆเอาไว้เพื่อเป็นการตกแต่ง และในปัจจุบันนี้ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้จะรู้ได้ว่ามีการสร้างและบำรุงประตูควางฮวามุนขึ้นเรื่อย มีการสลักลายและมีสีสันต่างๆอยู่ที่ประตูทุกอย่างถูกปรับปรุงและสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่จนตอนนี้สามารถที่จะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมเรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวแต่ละคนนั้นต่างก็ชอบที่ประตูแห่งนี้จะมีทหารหลวงมายืนเฝ้าอยู่กับที่ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ชวนให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพ รวมไปถึงความประทับใจที่ได้เดินทางมาที่แห่งนี้ “ประตูควางฮวามุน” ที่เป็นที่จดจำของประชาชนทุกคน

 

 

เกาะสีชัง เกาะน่าเที่ยวในพัทยา

เกาะสีชัง พัทยา

เกาะสีชัง เกาะน่าเที่ยวในพัทยา

เกาะสีชัง ถือว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงามพอๆ กับเกาะสุดฮิตอย่างเกาะล้านเลยล่ะค่ะ แถมราคาของร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารและที่พักนั้นถือว่ามีราคาถูกกว่าเกาะท่องเที่ยวหลัก ๆ ของภาคตะวันออกอีกด้วย เรียกได้ว่าที่เที่ยวพัทยาแห่งนี้เป็นที่เที่ยวสุดประหยัดกันเลยทีเดียว

เกาะสีชัง พัทยา

เสน่ห์ของ Koh Srichang ที่ขึ้นชื่อนอกจากจะเป็นความสวยงามของท้องทะเลและบรรยากาศที่ดีแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น อาคารเรือนต่างๆ ที่รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสร้างไว้ อย่างเรือนไม้ริมน้ำสีเขียวที่เราคุ้นตากันนั่นเอง ซึ่งเรือนไม้แห่งนี้ก็ยังคงสภาพที่สมบูรณ์และได้จัดตกแต่งเป็นร้านกาแฟเอาไว้บริการนักท่องเที่ยว หรือเรือนผ่องศรีที่เอาไว้จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้ที่มีบทบาทสำคัญกับเกาะสีชังในอดีต นอกจากนี้ก็ยังมีบ้านพักที่สำคัญอื่นๆ อีก เช่น เรือนวัฒนา เรือนอภิรมย์ และสถานที่ศักดิ์สิทธิต่างๆอย่างศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ศาลเจ้าแม่กวนอิม เฮ่งเจีย หลวงพ่อเหลือง และรอยพระพุทธบาทให้เราได้กราบไหว้กันอีกด้วย

เกาะสีชัง

แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะไม่มีหาดสวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปกันเลย เพราะหาดที่ขึ้นชื่อของ Koh Srichang อย่างหาดถ้ำเขาพังที่มีความสวยงามของผืนทรายเนียนละเอียด น้ำทะเลใสราวกับกระจก หรือแหลมจักรพงษ์ที่โดดเด่นไปด้วยโขดหินขนาดใหญ่แถมยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามแห่งหนึ่ง และอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลยนั่นก็คือช่องเขาหาด ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากเรานั่งเรือผ่านก็จะเห็นเป็นช่องเขาเล็กๆ ซึ่งบริเวณปลายเกาะจะมีแหลมมหาวชิราวุธที่มีความคล้ายกับแหลมพรมเทพด้วย หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูปสไตล์ Sen Set ตะวันตกดินโพล้เพล้แบบอารมณ์โรแมนติก ที่นี่ก็จะมีสะพานที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลมให้เราได้เดินถ่ายรูปเดินชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไปพร้อมๆ กัน ใครที่ชอบความแปลกใหม่ก็ลองเดินต่อไปเรื่อยๆ จะพบกับหาดหินกลม ที่เต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมายด้วยค่ะ

เที่ยว เกาะสีชัง

มาเที่ยวพัทยาทั้งที ก็อย่าลืมแวะเวียนมาเที่ยวชมความสวยงามและมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เกาะสีชังเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางท่องเที่ยวกันด้วยนะคะ มาที่นี่งบน้อยแน่นอน และนอกจากนี้เมือง pattaya ของเราก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะแนะนำกันในบทความต่อไปค่ะ

 

เที่ยวสนุก อิ่มท้องที่สวนนงนุช

เที่ยวสนุก อิ่มท้องที่สวนนงนุช

มาเที่ยวพัทยาครั้งใด เรามักจะนึกถึงชายหาดที่สวยงาม น้ำทะเลใสๆ รวมทั้งสถานที่สวยๆ อย่างเมืองโบราณ ฯลฯ แต่หากคุณอิ่มหนำกับบรรยากาศทะเลแล้ว เราจะขอพาคุณไปเดินเล่นที่สวนนงนุช NongNooch Pattaya Garden & Resort กันบ้าง

สวนนงนุช

สวนนงนุช NongNooch Pattaya Garden & Resort เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีขนาดกว่า 500 ไร่ เปิดเป็นทางการในปี พ.ศ 2522 คุณนงนุช ตันสัจจา เป็นผู้ริเริ่ม โดยยึดหลักทัศนคติ

จัดสวนเพื่อให้คนมาเที่ยว ในปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้ามีผู้เข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ 2,000 คนเพราะสวนนงนุชเองมีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบของสวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมรู้สึกประทับใจในความงดงามของสวนสวยแห่งนี้   สวนนงนุชนอกจากที่จะจัดทำสวนแบบสวยงามเพื่อให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมแล้ว  ยังมีการจัดแสดงโชว์ภายในโรงละครและมีการแสดงของช้างแสนรู้ รวมถึงการให้บริการที่พักและสถานที่ใช้ในการจัดสัมมนาหรือจะทำการฝึกอบรมกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างพร้อมสรรพซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาสวนนงนุชพัทยา เคยได้รับรางวัลต่างๆอาทิเช่นได้รับ มาตรฐานปาง (แค้มป์) ช้างประเทศไทยจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปีพ.ศ2546- 2548  รางวัลนี้ให้ในองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น ช้างและควาญมีสุขภาพที่สมบูรณ์มีการดูแลเอาใจใส่ได้รับการตรวจรักษาที่ครบถ้วนจากผู้ดูแล และสวนนงนุชยังได้รับรางวัล” กินรีเงิน ” แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวพัทยาคือสวนนงนุชได้รับรางวัลชนะเลิศ 6 ปีซ้อนจากการแข่งขันจัดสวนโลก

สวนนงนุช พัทยา

จากงานเชลซี ฟลาวเวอร์โชว์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี พศ.2552 -2558 โดยทุกๆปี สวนนงนุช จะติดอันดับบู้ทที่ปราชาชนสนใจเข้าชมเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย หากจะกล่าวถึงการเข้าเยี่ยมชมสวนนงนุชนั้น ผู้ที่เยี่ยมชมควรให้เวลาทั้งวันกับความมหัศจรรย์ของทั้งไม้ดอก ไม้ประดับจากทุกมุมโลก และยังมีการแสดงโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจที่แสดงถึงความเป็นไทย และความน่ารักของช่างแสนรู้อันเป็นเอกลักษณ์ของสวนนงนุช

นอกจากนี้ภายในสวนนงนุช NongNooch Pattaya Garden & Resort มีบริการร้านอาหารให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยกันด้วย หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบการเดินปล่อยอารมณ์ชิลๆ สบายๆ ที่รอบตัวคุณเต็มไปด้วยสวนดอกไม้  พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสดใสและร่มรื่น และรักในการสดงศิลปวัฒนธรรมแบบไทยๆ หรืออยากจะใช้เวลาทำความรู้จักกับเหล่าสัตว์โลกที่แสนน่ารักน่าชังแบบใกล้ชิดแล้วล่ะก็  มั่นใจว่าชื่อของ สวนนงนุช NongNooch Pattaya Garden & Resort จะต้องเป็นหนึ่งในชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวทางเลือกที่หลายๆ คนนึกถึงอย่างแน่นอน

เที่ยวชมสัตว์ทะเล Underwater World Pattaya

Underwater World Pattaya

เที่ยวชมสัตว์ทะเล Underwater World Pattaya

โลกใต้ท้องทะเลถือว่าเป็นอีกโลกหนึ่งที่หลายๆคนใฝ่ฝันว่าอยากจะลงไปดูให้ได้สักครั้งในชีวิตใช่มั้ยคะ เพราะเราก็คงเคยดูการ์ตูนดิสนีย์สุดฮิตอย่างเจ้าหญิงเงือกน้อยกันมาบ้างแล้ว เชื่อว่าหลายคนก็คงจะตื่นตาตื่นใจกับเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลที่มีระดับความลึกมากซะจนมนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ ลงไปไม่ถึง เราจึงทำได้แค่ดูจากสารคดีในทีวีที่มีนักวิทยาศาสตร์หรือนักประดาน้ำลงไปถ่ายทำให้ดูแค่นั้นเอง

Underwater World Pattaya พัทยา Underwater World Pattaya

แต่ในวันนี้ฝันของทุกคนเป็นจริงแล้วค่ะ เมื่อประเทศไทยเรามีเมืองใต้น้ำมาตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา หรือที่เราคุ้นหูกันดีคือ Underwater World Pattaya นั่นเอง ที่นี่ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลที่จะทำให้เราได้สัมผัสกับโลกใต้มหาสมุทรอย่างใกล้ชิด ซึ่งภายในนี้เราก็จะได้เรียนรู้และสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ในขณะเดียวกันด้วย เมื่อเราเดินเข้ามาถึงโซนพูล (Touch Pool) เราก็จะได้สัมผัสกับดาวทะเลแสนสวย ได้ให้อาหารเต่าทะเลที่มีหน้าตาน่ารักน่าชัง และได้ป้อนอาหารปลาคาร์ฟด้วยขวดนมอีกด้วย แต่ขอบอกก่อนว่าในโซนนี้คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกๆ อย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ

Underwater World

เมื่อเดินผ่านเข้ามาข้างในอีกนิดเราก็จะเจอกับโลกใต้ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ผ่านอุโมงค์อะคริลิคใสที่มีความยาวถึง 105 เมตรเลยทีเดียว ภายในอุโมงค์เราก็จะได้ชื่นชมกับความงามของปลาต่างๆ ที่มีอยู่ 3 โซนด้วยกัน ซึ่งในโซนแรกเราจะเจอกับโซนปะการัง (Coral Reef Zone) ที่จะรวมเอาปลาพันธุ์เล็กๆและปลาสวยงามที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเขตร้อนมาให้เราได้ดูกัน อย่างเช่น ปลาผีเสื้อ ปลาฉลามเสือดาว ปลากะพงจักรพรรดิ์ ปลาโนรี และปลาหูช้าง เป็นต้น ในโซนต่อมาก็จะเป็นโซนปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกอย่างเช่นปลาฉลามและปลากระเบน (Open Ocean Zone) รวมไปถึงฉลามครีบดำ ปลากะเบนโรนัน ปลากระเบนนก ปลากระเบนหลังดำ ปลาหมอทะเล ปลาเก๋า อีกด้วยค่ะ

เมื่อเราเดินเข้ามายังอุโมงค์ในโซนที่ 3 เราก็จะพบกับโซนไจแอ้นท์ ออฟ สยาม Giant of Siam Zone ซึ่งเป็นโซนที่จะมีปลาน้ำจืดหลากหลายสายพันธ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างปลาบึก หือปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆเช่น ปลากะโห้ ปลายี่สก ปลาแรด ปลาเทพา ปลาเทโพ เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะได้เดินดูปลาเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะที่นี่ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้ทำกันอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโชว์ให้อาหารปลาในโซนต่างๆ การดำน้ำไปลงให้อาหารปลาฉลามและปลากระเบนด้วยตัวเอง ซึ่งราคาของกิจกรรมนี้จะอยู่ที่ 3,000 บาทต่อการดำน้ำครึ่งชั่วโมงค่ะ ราคาอาจจะดูแรงไปสักนิด แต่ถ้าเทียบกับประสบการณ์และความตื่นเต้นที่เราจะได้รับ มันก็คุ้มแสนคุ้มเลยใช่มั้ยล่ะ